วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ชีวิตคนชนบทกับชีวิตคนในเมือง อย่างไหนเรียกว่า "ความสุข" !!

คุณคิดว่าชีวิตชนบท หรือ ชีวิตคนในเมือง แบบไหน ลิ้มรส
"ความสุข"มากกว่ากัน
          
              สำหรับคนที่เกิดในเมือง หลายคนคงไม่เข้าใจว่าการใช้ชีวิตแบบ “เด็กบ้านนอก” มันสุดยอดแค่ไหน จริงอยู่ที่ว่าเมื่อก่อนเราอาจถูกล้อเลียนเรื่องของการเป็น “เด็กหลังเขา” แต่เมื่อเติบโตขึ้น ได้งานทำในเมืองใหญ่ ทุกคนก็เริ่มปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าสู่การเป็น “คนเมือง” บางคนติดใจสังคมเมืองจนแทบไม่ยอมกลับบ้านเกิด แต่บางคนกลับโหยหาความรู้สึบรรยากาศที่เงียบสงบของชนบทครั้งที่เคยสัมผัสตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก (สำหรับคนที่เคยเป็นเด็กบ้านนอก ที่เข้ามาทำงานและมีบ้านในเมืองใหญ่ กลายเป็นว่าอยู่ดีๆ เราก็มี “บ้านพักตากอากาศ” ชั้นดี ที่สามารถกลับไปพักได้ทุกครั้งที่ต้องการ)
           โดยส่วนตัวคิดว่า สังคมที่ร่มเย็นเป็นสุขมีแต่ในชนบทเท่านั้น อาจเป็นเพราะชนบทเป็นสังคมที่เอื้ออาทร มีการช่วยเหลือแบ่งปันระหว่างญาติพี่น้องสูง รวมถึงการมีส่วนร่วมในชุมชนด้วย (ถึงแม้จะน้อยลงกว่าเดิมมาก แต่ยังคงมีอยู่) นอกจากนี้การมีวิถีชีวิตที่ง่ายงามของคนในชุมชน ซึ่งอาจดูเชยหน่อยๆ แต่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชนบทมีเสน่ห์ในตัวของมันเอง
ตัวอย่างของความเชย (แต่ classic = พื้นฐานแต่ลุ่มลึกในอารมณ์) ก็คือ ที่บ้านมีครัวที่ตั้งอยู่นอกชายคาบ้าน แยกจากครัวปกติ (ซึ่งใช้เตาแก็ส) ที่อยู่ในบ้าน ถามว่าทำไมต้องแยกครัวออกเป็นสองส่วนด้วย คำตอบคือ มันอาจเป็นความเคยชินในการใช้เตาถ่านแบบอดีต และที่บ้านชอบอาหารที่ต้องย่างหรือเผา (ภาษาเหนือเรียก “จี่”) เตาถ่านจึงเหมาะกับการทำอาหารแบบนี้ เมื่อมีถ่าน ก็มีควัน ซึ่งไม่เหมาะที่จะตั้งภายในบ้าน ดังนั้นครัวถ่านจึงถูกแยกออกมาอยู่ข้างนอก


DSCF0035_resize

        เท่าที่สังเกต ทั้งแม่และพ่อชอบที่จะใช้เตาถ่านมากกว่าเตาแก๊ส และมากกว่าไมโครเวฟ หมายความว่าถ้าต้องอุ่นอาหารอะไรสักอย่าง คนที่อาศัยในเมือง (เป็นส่วนใหญ่) อย่างเรา ก็จะนึกถึงไมโครเวฟ เป็นอันดับแรก รองลงมาคือเตาแก๊ส และเตาถ่าน เนื่องจากคิดถึงความสะดวกในการใช้เป็นหลัก ในทางกลับกัน แม่กับพ่อเลือกที่จะใช้เตาถ่านก่อน และเลือกไมโครเวฟเป็นอันดับสุดท้าย ทั้งสองคนให้เหตุผลว่า อุ่นกับข้าวในไมโครเวฟไม่อร่อยเท่าเตาถ่าน (เรื่องของความอร่อยนี่เถียงไม่ขึ้นอยู่แล้ว เห็นด้วยล้านเปอร์เซนต์) ดังนั้นครัวแบบ opened-air ของเราจึงมีรูปลักษณ์ที่น่ารัก และอยู่บนพื้นฐานของหลักการสร้างแบบ simple, practical และ low-cost แบบนี้


DSCF0113_resize

ยิ่งดูจากชิ้นส่วนที่ใช้ป้องกันก้นหม้อดำ ซึ่งทำมาจากกาละมังเก่าที่ทะลุก้นออก ก็ดูจะเข้า concept ของการปรับปรุงแบบ low-cost สุดๆ (ในความเป็นจริงไม่เห็นกันได้ กลายเป็นว่าดำทั้งตัวที่รองและก้นหม้อ)
DSCF0117_resize
ไม่ว่าจะนึ่งข้าวเหนียว…
DSCF0031_resize
แกง…
DSCF0107_resize
โปรดสังเกตว่าทั้งนึ่งและแกงใช้ฝาหม้ออันเดียวกันตลอด เป็นฝาหม้อที่จุกกลางหายไปแล้ว แต่แม่หาเศษไม้มาทำจุกใหม่ (เนื่องจากมันเก่ามากแล้ว มันจึงกลายเป็นสีดำ) และหากดูดีๆ ก็จะพบว่ามันไม่พอดีกับหม้ออันไหนเลย ไม่เกินก็ขาด แต่มันก็เป็นฝาหม้อที่ใช้การได้ดีที่สุด และเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนในครอบครัว นี่ถ้าหายไป คงต้องเสียน้ำตากันบ้างล่ะ (ฮา)
เมื่อมีครัวแล้ว บ้านเราก็ไม่พลาดที่จะมีสวนครัว ซึ่งแม่ปลูกผักไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น “แตงกวา”
DSCF0060_resize
โดยส่วนตัว คิดว่าแตงกวาที่อร่อยที่สุดในโลก คือ แตงกวาอ่อนที่ปลิดมาจากต้นแบบสดๆ เช็ดหนามออกโดยถูกับขากางเกง แล้วกัดแบบเต็มปากเต็มคำ โอ้ย…มันทั้งหวานทั้งกรอบ อร่อยจนไม่รู้จะบอกว่ายังไงดี

นอกจากนี้เราก็ยังมี “ขนุน” ลูกอ่อนแกงกินแสนอร่อย หากปล่อยให้โตจนสุก ก็มีรสชาติหวานกรอบไม่เหมือนใคร
DSCF0038_resize
มี “ถั่วฝักยาว” ที่ไม่ได้ฉีดยาฆ่าแมลง ใบเลยพรุนเพราะหนอนเจาะ
DSCF0069_resize


ส่วนชีวิตคนในเมือง งานออฟฟิต เจอหมอกควัน ความเคร่งเครียด แต่เงินเยอะ กับชนบท ที่มีครอบครัว ความพอเพียง อาจจะเงินน้อยก้ตาม คุณคิดว่าแบบไหนดีที่สุด สำหรับคุณ ??